Chapter 2 [2/2]


Chapter 2 [2/2]


     วันนี้เป็นวันที่สองของการเรียน หลังจากเมื่อวานนี้เจอเรื่องซวยๆ มา จากที่จะได้รีบกลับไปที่หอนอนตีพุงพักเหนื่อย ต้องต้องเดินขากะเผลกโบกพี่วินไปโรงพยาบาลของมหาลัยให้หมอทำแผลให้(หน้าพี่วินตกใจมาก) แถมยังต้องใส่เฝือกที่แขนอีกโชคดีที่เป็นแขนข้างซ้าย ถ้าเป็นข้างขวาผมคงลำบากแน่ๆ

     "เฮ้ย! ไอ้พายทำไมพันแขนอย่างกับมัมมี่แบบนี้วะ" อินที่เห็นผมเดินเข้ามานั่งตรงม้านั่งที่จองเอาไว้ถึงกับตาโต ร้องด้วยความตกใจ

     "แม่งง ไอ้เหี้ยที่ไหนไม่รู้ขับรถมาชนกูตอนกำลังกลับหอ แถมว่าด่ากูเสียๆ หายๆ หาว่ากูเป็นมิจฉาชีพอยากได้เงินมัน หน้าโมโหชะมัด" ผมที่กำลังนึกถึงเรื่องเมื่อวานนี้ก็อดที่จะหงุดหงิดไม่ได้

     "เห้ยใครทำเพื่อนกูวะ บอกพี่มาเลยไอ้น้องพี่จะไปกระทืบมันให้ ว่าแต่...มึงเอาเงินเขาจริงปะวะ" อินพูดออกมาพร้อมกับถกแขนเสื้อนักศึกษาขึ้นทำท่าทางเหมือนจะไปหาเรื่อง หันกลับมาพูดกวนตีนใส่

     "ไอ้เชี่ย กูก็ไม่ได้อยากได้หรอก แต่แม่งเอาเงินฟาดหน้ากูเฉยแถมให้เงินกูมาซื้อจักรยานใหม่อีก กูว่าจะหาตัวคืนเงินแม่ง ถึงกูจะจน กูก็มีศักดิ์ศรีพอเว้ย มึงก็นะไม่ดูสารรูปตัวเองเลยเนอะ จะไปหาเรื่องคนอื่นเขาเนี้ย"ผมพูด

      “แหะๆ ๆ ว่าแต่อย่างงี้มึงก็รวยเลยสินะ โหห... เออะ เอ่อ.. ว่าแต่จะไหวปะเนี้ย วันนี้มีรับน้องอีกไม่รู้จะเสร็จกี่โมง มึงน่าจะกลับไปพักนะ” อินถึงกับตาลุกวาว พอผมจิกตาใส่มันก็รีบถามด้วยความเป็นห่วง

      “ไม่เป็นไรแผลแค่นี้เอง ถ้ากูไม่เข้าน่าจะมีปัญหามากกว่าอีกมั้ง ตั้งแต่เข้ารับน้องเมื่อวาน เหมือนจะโดนมองตลอดยังไงไม่รู้ว่ะ”

      “ก็เมื่อวานมึงเล่นเด่นขนาดนั้นเขาจะไม่สนใจมึงกันได้ยังไง คนหล่อพูดว่าปวดขี้ต่อหน้าทุกคนแบบนี้ แม่งเป็นใครก็จำได้ แค่คิดก็ฮาแล้ววะ ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ” อินขำกลิ้ง


      “อย่าให้ถึงคราวกูแล้วกัน กูจะรอสมน้ำหน้ามึงบ้าง”


      “คงไม่มีวันนั้นวะไอ้น้อง มึงมันอ่อน”


     "ไม่ได้อ่อนเว้ยย นั่นมันเหตุสุวิสัยต่างหาก"


     "ว่าแต่แล้วใครชนมึงวะ มึงรู้ชื่อปะ" อินถาม


     "กูจะไปรู้ได้ยังไงวะ มัวแต่ด่ามัน รู้แต่ว่ามันเรียนบริหาร" ผมทำเสียงหงุดหงิด


     "โห สงสัยลูกคุณหนูแน่ๆ เลยว่ะ จำหน้ามันได้มั้ยวะ"


     "จำได้ หน้าตาก็ดี แต่นิสัยปีศาจชัดๆ เฮอะ! จริงๆ กูก็ไม่อยากจำหน้ามันได้หรอก"


     "เอาน่า ใจเย็นๆ ปะ ไปกินข้าวกันเถอะวะหิวละ" อินชวนและเดินไปกินโรงอาหารส่วนกลางของมหาลัย


     เอาจริงแล้วผมก็รู้สึกไม่อยากไปเจอเขาเท่าไหร่ ชื่ออะไรก็ยังไม่รู้ จำแค่หน้าตาได้เท่านั้นเอง แต่ความเป็นคนดีของผมที่พ่อแม่สั่งสอนมามันฝั่งเข้าไปในเซรีบรัม มันสั่งให้ผมต้องทำ

     เงินที่ผู้ชายคนนั้นให้มาผมเอาไปจ่ายแค่ค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น ส่วนเงินที่เขาบอกให้ไปซื้อจักรยานผมก็คงต้องไปคืน แค่ไปซ่อมสักหน่อยมันก็ใช้ได้แล้ว ช่วงนี้อาจลำบากเดินทางสักหน่อยแต่มันก็ไม่ใช่ปัญหา ผมก็ยังสามารถเดินมาได้ ช่วงนี้ก็อาจติดรถอินไปส่งสักหน่อย








     เย็นวันนั้นผมเดินขากระเผลกบวกกับแขนที่ใส่เฝือกมายังลาดกิจกรรมของคณะ อินพยายามช่วยประคองผมเดินไม่ให้ล้มหัวคะมำกับพื้น จริงๆขาผมไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก แค่ข้อเท้าแพลงเดินลำบากนิดหน่อย แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ยังไม่เท่าการนั่งชักโครกครับ ลำบากม๊ากกกกกก(เสียงสูง) เป็นการนั่งขรี้ที่ทรมานที่สุดตั้งแต่ผมเกิดมา  ตั้งแต่การย่อตัวลง(เคล็ดสะโพก) จนถึงการนั่ง (ตูดช้ำ) ผมต้องพยายามอย่างมาก เพื่อไม่ให้ตรงที่ช้ำมันโดนโถชักโครก ถ้าผิวก้นผมไปสัมผัสกับมันเมื่อไหร่แล้วละก็...คงจะมีคนติดต่อรายการผีซักรายการมาช่วยดู เพราะพวกเขาได้ยินเสียงแปลกๆในห้องน้ำก็เป็นได้ (เสียงร้องโหยหวนของผมเอง)


     พอมาถึงลานกิจกรรมทุกคนที่นั่งรอทำกิจกรรมอยู่แถวนั้นมองผมด้วยความตกใจ  ก็นะ ใครเห็นสภาพนี้ก็คงตกใจเป็นธรรมดา

     “เฮ้ย!! ไอ้เด็กปวดขี้มึงไปโดนอะไรมาเนี้ย” พี่ฟลุ๊ครุ่นพี่ปีสองที่ดูแลอยู่ซุ้มน้ำดื่มและขนม หันมาเห็นพอดีตกใจกับสภาพของผม เลยรีบวิ่งมาช่วยอินพยุงอีกข้างหนึ่ง แล้วพาเดินไปยังซุ้มที่พี่เขานั่งอยู่เมื่อกี้

     “พี่ครับ ผมชื่อพายนะ ช่วยเรียกชื่อผมทีเถอะ” ผมกลอกตาไปมา ไม่น่าปล่อยไก่เลยกู

     เมื่อถึงซุ้มประจำของพี่เขา ก็พามานั่งเก้าอี้พลาสติกพิงได้ ผมก็ค่อยๆย่อนก้นลงไปนั่งและหาทิศทางที่เหมาะสมกับก้นเจ็บๆของผม
     “เออๆ เรื่องนั้นช่างมันก่อนไหม จะตายห่าอยู่แล้ว ยังจะมาห่วงเรื่องชื่ออีก สรุปมึงไปโดนอะไรมา” พี่ฟลุ๊คถามด้วยความเป็นห่วง แล้วมานั่งข้างๆ
     “มันไปโดนรถเฉี่ยวอะพี่” อินตอบแทนให้

     “อ่อ กูก็นึกว่ามันไปโดนใครเขาซ้อมมา มึงนี่ซุ่มซ่ามว่ะ ดีที่ไม่แข้งขาหัก แล้วทำไมมึงไม่กลับบ้านไปพักห๊ะ

     “อ่าว ก็มีกิจกรรม ผมก็มาดิ ไม่มาเดี๋ยวโดนพวกพี่ซ่อมจะทำยังไงล่ะ” ผมเถียง

     “ไอ้ห่าเอ้ยย มึงหัดห่วงตัวเองดีกว่าไหม มึงก็ให้เพื่อนมึงมาบอกก็ได้ โง่จริงๆเลยมึงเนี้ยพี่ฟลุ๊คส่ายหัวไปมา

     โว๊ะ มาก็ผิดด้วยวุ้ย

     “ไอ้ฟลุ๊ค! มีใครเป็นอะไรวะ เห็นเด็กมันมาบอกกูว่ามีคนเจ็บพี่ดาวเหนือวิ่งเข้ามาถามพี่ฟลุ๊คหน้าตาตื่น

     “ก็ไอ้ขี้เนี้ยสิมันไปโดนรถเฉี่ยวมา แล้วเสือกมาลานกิจกรรมอีกพี่ฟลุ๊คพูดแล้วชี้มาทางผมที่นั่งอยู่ข้างๆ

     เอิ่บ...ช่วยอย่ามาย่อแบบนี้จะได้ไหมครับ

     “เป็นอะไรมากไหม” พี่ดาวเหนือถามด้วยสีหน้าห่วงๆ

     “ตามที่พี่เห็นนี่แหละครับ หนักหน่อยก็แขนซ้นกับข้อเท้าแพลง” ผมก็ชี้ไปตามบาดแผลตามร่างกายของผม

     อ้อ แล้วก็ก้นด้วย อันนี้ขอตอบในใจละกัน

     “พี่ว่าเรากลับไปพักเถอะ ทีหลังมีอะไรก็ฝากเพื่อนมาบอกก็ได้ ไม่ต้องมา เดี๋ยวเป็นหนักว่าเดิมจะยังไง” พี่ดาวเหนือพูดเสียงเข้ม

     “ผมขอนั่งแถวนี้ดูเพื่อนไม่ได้เหรอกลับไปก็เหงาอยู่คนเดียวนั่งรอบนอกให้เพื่อนอิจฉาเล่นๆยังจะดีกว่า

     “ไม่ได้”

     “ก็ได้ครับ” ผมตอบด้วยท่าทางหงอยๆ

     “แล้วเราจะกลับยังไง ให้พี่ไปส่งไหม”

     “ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมให้เพื่อนผมไปส่งดีกว่า” ผมกลับไปมองขอความเห็นจากอิน อินก็พยักหน้าตอบรับ

     “พี่ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะส่งมันให้ถึงห้องเลย”

     “จะเอาอย่างนั้นก็ได้ ทีหลังเราก็ระวังตัวกว่านี้ล่ะ” พี่ดาวเหนือพูดแล้วขยี้หัวผม แง ผมเสียทรงหมด

     “คร้าบๆ เข้าใจแล้วผมพยายามจะลุกขึ้น พี่ดาวเหนือก็รีบเดินเข้ามาช่วยพยุง

     “พี่ช่วย เดี๋ยวไปส่งที่รถ”

     “ขอบคุณฮะ”

     พี่ดาวเหนือก็เข้ามาช่วยผมพยุงคนละข้างกับอินจนถึงรถที่อินจอดไว้ อินรีบเดินไปเปิดประตูรถฝั่งตรงข้ามคนขับให้ผมได้ขึ้นนั่ง

     “พี่ขออนุญาตนะครับ

     ยังไม่ทันที่ผมจะได้ทันพูดอะไร พี่ดาวเหนือก็เข้ามาอุ้มผมในท่าเจ้าหญิงจนผมหน้าเหวอและพาผมไปวางที่นั่งเบาะข้างคนขับ

     ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่เหวอ แม้แต่ไอ้อินยังเหวอเลยครับ

     “ถึงแล้วก็อย่างลืมกินยา ละอย่าเดินมากเข้าใจไหมเดี๋ยวหายช้า” พี่ดาวเดือนพูดกำชับเสียงเข้ม

     “คะ ครับ” ผมไม่มีสติสะตังแล้วในตอนนี้ ได้แต่พยักหน้าตามหงึกๆ

     อินร่ำลาพี่ดาวเหนือเสร็จ ก็ขับรถพาผมออกจากที่ตรงนั้นไป

     จากนั้นก็เกิดความเงียบในรถ

     “พี่ดาวเหนือแม่งอุ้มมึงด้วยอะ กูนี่เหวอไปเลย” อินเปิดประเด็นเป็นคนแรก
     “กูด้วย” ผมเพิ่งเคยโดนผู้ชายอุ้มแบบนี้เป็นครั้งแรก จะไม่ให้ตกใจได้ยังไง เคยวาดฝันจะอุ้มแบบนี้ให้สาวๆมากกว่า

     “พี่ดาวเหนือแม่งใจดีจังวะ หล่อก็หล่อ เก่งด้วย โคตรเป็นไอดอลกูเลยอินทำหน้าฟิน สัดขนลุก

แต่ผมก็พยักหน้าเห็นด้วยกับมันนะ เห็นแบบนี้ก็ยอมรับเหมือนกันว่าพี่เขาใจดี เทคแคร์เก่ง ถ้าใครได้เป็นแฟนพี่เขาคงโชคดีตาย ผิดกับไอ้บ้านั่นลิบลับ หน้าตาดีแต่นิสัยเสีย พูดแล้วก็โมโห ไม่เจอกันอีกก็งจะดี










     หลังจากนั้นหลายวันผ่านมา แขนผมที่ซ้นก็เริ่มดีขึ้น ไม่ต้องใส่ที่พยุงแขน มีแค่ผ้าพันเอาไว้เพราะยังเป็นแผลอยู่ ส่วนขาผมก็พันอยู่เหมือนกัน ยังมีเดินแล้วปวดเสียดๆอยู่แต่โดยรวมก็ไม่เป็นอะไรมาก ไม่ต้องให้อินช่วงพยุงแล้ว ก้นผมก็ดีขึ้นเรื่อยๆ

     ตอนเที่ยงโรงอาหารส่วนกลางของมหาลัยมีนักศึกษามาทานข้าวเป็นจำนวนมากแทบจะไม่มีที่นั่ง จริงๆ ตึกคณะผมก็มีโรงอาหารเหมือนกัน แต่ตั้งแต่ผมกินส้มตำที่นั่นแล้วท้องเสียจนทำเรื่องเป็นที่จำได้ของเพื่อนๆ และรุ่นพี่ ผมเลยยังไม่กล้าเข้าไป ขอทำใจอีกสักนิด

     "มึงจะกินอะไรวะ" อินถามหลังจากได้โต๊ะแล้ว

     "ยังไม่รู้เลยวะ เอาอะไรมาก็ได้กินแบบมึงอะ"

     "โอเค เฝ้าโต๊ะแปบ เดี๋ยวกูมา" ผมพยักหน้าให้มันและอินก็เดินไปซื้ออาหาร ผมไม่มีอะไรทำเลยนั่งเล่นpubgไปพลางๆ

     ผมเข้าไปในเกมโดยใช้ไอดีชื่อว่าBlackhunter ตอนนี้กำลังรอระบบหาผู้เล่นอีก3คนเข้าทีม

     "มาแล้วๆ "ผมพึมพำพร้อมกับใช้สมาธิเล่นเกมตรงหน้า

     "เฮ้ย!! อะไรวะเนี้ย" จู่ๆ ผู้เล่นในทีมคนหนึ่งที่ชื่อไอดี Devileyes เข้ามาในบ้านเดียวกับเขาในเกมและแย่งอาวุธที่อยู่ตรงหน้าเขาไป ทำให้ตัวเขาไม่มีปืน

    แม่งเอ้ย กูไปเอาที่อื่นก็ได้วะ!!!

     หลังจากนั้นเขาก็พาตัวละครในเกมเดินไปบ้านอีกหลัง ไปดูเพื่อไปหาปืนในบ้าน ไอดีDevileyesที่เดินเข้ามาแบบงึงๆ งักๆ จากทางด้านหลัง บึ้ม!! จู่ๆ ก็มีระเบิดโยนมาทางเขา...จนตาย

     "ไอ้เหี้ยเอ้ยย บึ้มพ่อง!! กูอยู่ในทีมมึงนะ จะมาโยนระเบิดทางกูทำซากอะไร เล่นไม่เก่งก็อย่ามาเล่น ไออ่อน มึงเล่นได้ แต่มึงอย่าโชว์โง่!! "ผมเปิดไมค์ด่ามันด้วยความโมโห หัวร้อนเลยแม่ง!!

     "กูไม่ได่โง่ ก็มึงเสือกไปยืนเซ่อซ่าอยู่ตรงนั้นทำไมล่ะ ข้างหน้ามึงมันมีคนอยู่ไงฟาย แต่มึงดันเสือกเดินมาขวางพอดี อุตส่าห์จะช่วยมึง แม่งทำคุณบูชาโทษแท้ๆ " Devileyes เปิดไมค์มาด่าผมทันควันน้ำเสียงดูอารมณ์ร้อนพอๆ กับผม

     "มึงก็ควรจะบอกกูก่อนสิวะไมค์ก็มีทำไมไม่พูด ไม่ใช่อยู่ดีๆ ก็โยนมา สัสเอ้ยย ไม่เล่นแล้วเว้ย!! " ผมพูดจบ กดปิดแอปเล่นเกมกระเเทกโทรศัพท์ลงบนโต๊อย่างหงุดหงิด

     "เป็นอะไรวะพาย หน้าบูดเชียว" อินเดินมาพร้อมกับอาหารในมือ เห็นผมทำหน้ากำลังหงุดหงิดอะไรสักอย่าง

     "เมื่อกี้เล่นเกมอะดิ หัวร้อนเลยแม่ง แม่งคนในทีมโยนระเบิดมาทางกูเฉย กูตายเลยเนี้ย"

     "เออ เอาหน่าก็แค่เกมปะวะ มึงจะอะไรนักหนา" จู่ๆ ผมก็ได้ยินเสียงโต๊ะข้างหลังคุยกัน

     "ก็แม่งมันโง่เองนี่หว่ามาบังกูตอนกูจะปาระเบิด" แม่งคุยอะไรวะ ใครปาระเบิดอะไร

     ผมแอบฟังบทสนทนาที่คุยกันข้างหลังผม จริงๆ ก็ไม่ได้จะแอบฟังอะไรหรอก แต่แม่งดันพูดดังไง

     "เออแล้ว มึงด่ามันปะ" อินถามผมที่กำลังเผลอแอบฟังคนอื่นอยู่ ก็หันมาสนใจเพื่อนตัวเอง

     "จะเหลือเหรอค้าบ ไม่ขอโทษกูสักคำ ด่ากูกลับอีก" ผมตอบอินไป

     "แต่มึงก็ไม่ดูให้ดีๆ เองจะไปว่าเขาได้ไงวะ มึงต้องขอโทษเขาสิ" คู่สนทนาข้างหลังตอบกลับเพื่อนตัวเอง ใช่ๆ เพื่อนมึงพูดถูกนะมึงควรขอโทษดิวะ

     "ทำไมกูต้องขอโทษวะ แม่งกูจะช่วยมันนะเว้ย" เอ๊ะ เดี๋ยวนะทำไมเนื้อเรื่องที่คุยกัน มันคุ้นๆ นะ

     "ละมึงด่ามันไปว่ายังไงวะ" อินถามผม

     "กูก็บอกว่า มันแม่งอ่อน เล่นไม่เป็นเสือกโง่อีก"


     "...."



     "...."


     "ไอ้เชี้ยนี่มึงด่ากูอยู่ใช่ ป-"

     "เฮ้ย!!! /เฮ้ย!!! "

ความคิดเห็น