Chapter 1 [2/2]


    




Chapter 1 [2/2]




     การรับน้องของคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยนี้ขึ้นชื่อได้ว่าโหดหินที่สุดที่หนึ่ง เด็กนักเรียนที่เข้ามาเรียนปี1พร้อมกับเขามีเป็นร้อยๆ คน 90%เป็นผู้ชาย ส่วนผู้หญิงที่เข้ามาเรียนในคณะนี้มีน้อยมาก แทบนับจำนวนได้เลย ถามว่ามีคนสวยบ้างมั้ย เอิ่บ...ผมขอไม่ตอบละกัน

     "ทุกคนครับ!! ได้ยินที่พวกผมบอกได้มั้ย ผมบอกพวกคุณว่านัดกันกี่โมง ทำไมพวกคุณถึงมาสายกัน มัวไปทำอะไรกันอยู่!!! " พี่ว้ากปี2ที่ก่อนหน้านี้แนะนำตัวว่าชื่อเติ้ล กำลังตะโกนใส่โทรโข่งพูดขึ้นมาพร้อมกับทำหน้าโหดใส่เด็กปี1 ที่นั่งก้มหน้าลงมองพื้นเพราะไม่กล้ามองหน้าพี่ว้ากที่กำลังพูดอยู่

     "วันนี้เป็นวันเปิดภาคเรียนวันแรก พวกผมจะอนุโลมให้แต่ครั้งหน้าถ้าพวกคุณมาสายเหมือนวันนี้อีกผมจะให้พวกคุณซ่อมทั้งหมดเข้าใจมั้ยครับ!! "

     "เข้าใจครับ/ค่ะ.."

     "ให้มันดังๆ กว่านี้!! "

     "เข้าใจครับ/ค่ะ!!! "

      ดีมาก!! วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรก ผมจะยังไม่ให้ทำอะไรมาก แต่ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปเราจะเริ่มทำกิจกรรมกันทันที จะมีพี่ๆ ปี2และปี3มาดูเเลทุกคนตลอดการทำกิจกรรม และวันนี้ผมจะแนะนำประธานรุ่นปี2ให้ทุกคนได้รู้จัก เชิญครับพี่เติ้ลผู้เคร่งขรึมพูดใส่โทรโข่งเสร็จก็ส่งต่อให้กับคนข้างๆ

      สวัสดีครับน้องๆ ทุกคน ยินดีต้องรับสู่คณะวิศวะของเรา พี่ชื่อดาวเหนือครับ เป็นประธานรุ่นปี2 ขอให้น้องๆ สบายใจได้เลยว่าจะไม่มีการรับน้องรุนแรงอย่างในข่าว ขอให้น้องๆ วางใจได้...” ดาวเหนือมองไปข้างหน้าที่มีเด็กปีหนึ่งนั่งฟังอยู่ตาแป๋ว

      “...แต่ก็จะไม่ทิ้งความโหดที่เป็นเอกลักษณ์ของคณะเรา เกียร์คณะของเราคือความภูมิใจอันยิ่งใหญ่ของพวกพี่ทุกคน และต่อไปความยิ่งใหญ่นี้มันจะส่งต่อให้กับน้องๆ พวกพี่จะสอนให้น้องรู้ว่าวิถีของชาวเลือดหมูมันเป็นยังไง ดาวเหนือพูดเสร็จ สายตาก็มาหยุดที่พายพอดีแล้วยิ้มมุมปากนิดๆ

      เฮ้ย พายพี่เขามองมึงปะวะอินกระซิบถามผม

      ไอ้สัสเขาจะมองกูทำไมล่ะ มันบังเอิญหยุดมองตรงกูพอดีมากกว่าผมพูด

      พี่เขาแม่งเท่ดีเนอะ ประธานรุ่น เจ๋งสาดอินชม

      ถ้าชอบก็จีบดิผมว่า

      ไอ้เหี้ย

      อิน กูปวดขี้ว่ะจู่ๆ ผมก็รู้สึกมวนท้องขึ้นมา สงสัยส้มตำเมื่อตอนกลางวันทำพิษ

      มึงก็บอกพี่เขาไปสิวะ มาบอกกูทำไม

      ไอ้บ้าใครจะกล้าวะแม่งตีหน้าโหดใส่กูขนาดนี้ผมบ่น มองไปทางรุ่นพี่อย่างกล้าๆกลัวๆ

      กูก็บอกแล้วว่าอย่ากินส้มตำ มึงเสือกไม่ยอมฟังกูไง สมน้ำหน้-”

      น้อง2คนนั้นคุยอะไรกันครับ!! ฟังที่พี่เขาพูดบ้างหรือเปล่า!! ลุกขึ้น!!” ยังไม่ทันที่อินได้ด่าผม พี่ว้ากข้างๆ ประธานรุ่นตะโกนมาทางนี้พอดีสั่งให้ลุกขึ้น และดาวเหนือที่ส่งยิ้มมาให้อยู่ข้างๆ

      เอ่อ...ฟังครับผมพูด

     "พวกน้องชื่ออะไร" พี่ว้ากที่ชื่อเติ้ลถาม

     "ผมชื่อ พาย ครับ / อิน ครับ"

      เมื่อกี้นี้พี่เขาพูดว่ายังไง

      เอ่อ...คือว่า

      แล้วเมื่อกี้พวกคุณคุยอะไรกันพี่ว้ากถาม

      เอ่อ…...” ผมอยากจะแทรกแผ่นดินหนีชะมัด

      ตอบมา!!! ”

      ผมปวดขี้ครับ...” ผมตอบเบาๆ

      ดังๆ!! ”

      ผมปวดขี้ครับ!!! ”

      “.........” พี่ว้ากเงียบ


      “........” ทุกคนเงียบ

      ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ พี่ดาวเหนือขำออกมาเสียงดังแบบกลั้นขำไม่อยู่
      ละทำไมไม่บอกเล่า รีบไปเข้าห้องน้ำเลยไป!!! ”





     "เฮ้ออ แม่งเอ้ยย เพราะมึงคนเดียวเลย น่าอายฉิบหาย วันแรกเป็นขนาดนี้แหละ วันต่อๆ ไปนี่จะเป็นยังไงวะ" อินพูดหลังจากโดนพี่ว้ากปล่อยให้กลับบ้าน เดินไปยังลานจอดรถพร้อมกับท่าทางเหนื่อยอ่อน

     "กูสิที่ต้องอายกว่ามึง กูไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้วเนี้ย" ผมพูดกับอินที่เดินข้างกันไปยังที่จอดรถ

     "เออๆ กูกลับละไม่ไหววะวันนี้ พรุ่งนี้เจอกัน 9 โมง อย่าสายล่ะมึง" อินพูดพลางมองมายังผมแบบจ้องเขม็ง

     "รู้แล้วน่า ทำอย่างกับเป็นแม่กูไปได้" ผมบ่นพึมพำใส่มัน

     "รู้ก็ดีแล้ว เจอกันพรุ่งนี้"

     "เค บาย"

หลังจากนั้นพวกเราก็แยกกันแถวลานจอดรถของคณะที่ไม่ไกลจากที่ผมยืนร่ำลากับเพื่อนเท่าไหร่ อินเดินไปข้างหลังตึกคณะที่เป็นที่จอดรถยนต์ ส่วนผมเดินไปทางลานจอดจักรยานและมอไซค์ที่อยู่ข้างๆตึกไม่ไกลจากที่จอดรถยนต์มากนัก แต่มีพื้นที่แคบกว่า

     ขณะที่ผมเดินไปเอาจักรยานของตัวเองเพื่อจะปั่นกลับหอ จู่ๆ ก็มีคนเดินมาขวางข้างหน้าจนเกือบจะชน

     "สวัสดีครับ เราชื่อค่ายนะ เรียนอยู่คณะเดียวกันยินดีที่ได้รู้จัก" คนที่ชื่อค่ายยิ้มแฉ่งใส่และแนะนำตัวออกมา ผมที่กำลังงงๆ กับเพื่อนใหม่ที่เข้ามาทักทาย

     "เราชื่อพาย ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน ว่าแต่ค่ายมีอะไรเหรอ" ผมถามตามมารยาท ไม่กล้าเรียกมึงครับเพราะยังไม่สนิท

     "อ่อเปล่าหรอก พอดีเราเห็นนายตอนรับน้องเลยอยากเข้ามาทำความรู้จักอะ ยังไงเเลกไลน์กันมั้ยเวลามีอะไรจะได้ปรึกษากัน" ค่ายพูดพร้อมกับยื่นโทรศัพท์มาให้ผม

     "ได้ดิ ไม่มีปัญหา" พูดเสร็จ ผมเอามือถือของค่ายมาพิมพ์ไอดีไลน์ของตัวเองลงไปและส่งคืนให้กับเจ้าของ

     "เห็นพายชอบเดินกับเพื่อนตัวเล็กๆ นิ ไปไหนแล้วล่ะ" ค่ายมองหาเพื่อนของผม


     "อ่อ ไอ้อินอ่านะ มันกลับไปแล้วล่ะ ไว้วันหลังจะแนะนำให้รู้จัก"

     "โอเค แล้วนี่จะกลับแล้วเหรอ ให้เราไปส่งมั้ย เรามีรถ" ค่ายถาม

     "ไม่เป็นไรเรามีจักรยานเดี๋ยวเราปั่นไปเองได้ ขอบใจมาก" ผมพูด

     "โอเค แล้วเจอกันครับ"

     "บาย" ผมบอกลาค่าย แล้วเดินไปทางจอดจักรยาน

     โดยที่พายไม่รู้ว่า ค่ายยังยืนอยู่ที่เดิม มองส่งพายที่เดินออกไป...จนลับสายตา





     ผมปั่นจักรยานออกจากคณะไปที่หอด้วยความเหนื่อยล้าจากการรับน้องอันยาวนาน สองข้างทางถนนเต็มไปด้วยต้นไม้สูงเขียวชอุ่มยาวตลอดทาง มันก็ช่วยทำให้เขาผ่อนคลายได้ไม่น้อย ช่วงนี้จะเป็นช่วงเวลาที่คนไม่ได้เดินพลุ่งพล่านมากนักเพราะหลังจากเสร็จกิจกรรมก็รีบกลับบ้านกันหมด จนทางเดินแทบจะไม่มีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมาเลย

     เอี๊ยดดดดดด

     โครม!!!!

     "โอ๊ยยย"

ระหว่างที่ผมกำลังขี่จักรยานอย่างสบายอารมณ์ก็มีรถยนต์คันหนึ่งขับพรวดออกมาจากซอยข้างหน้าที่ผมกำลังจะขี่ผ่านขับมาข้างหน้าพอดี ทำให้ล้อจักรยานของผมข้างหน้าโดนรถที่ขับมาชน จนผมล้มไปนอนกับพื้น เลยทำให้ขาขูดผิวถนนและแขนไปชนกับขอบทางเดินจนเจ็บ

   คนที่ขับรถหรูรีบจอดรถลงมา ปิดประตูกระแทกดังปัง เข้ามาดูผมที่นอนบาดเจ็บอยู่บนถนนพร้อมกับพูดน้ำเสียงหงุดหงิด

"ขี่จักรยานยังไงไม่มองรถวะ! "

อะไรวะ ชนคนอื่นแล้วยังมาตวาดใส่คนอื่นอีก

     "กูสิที่ต้องว่ามึง กูขี่จักรยานมาทางตรงมึงเลี้ยวออกจากซอย ทำไมไม่มองรถเลยเล่า โอ้ยยยย" ผมด่ามันและจับแขนที่เจ็บของตัวเองเพราะกระแทกฟุตบาทพอดี พร้อมกับมองดูแผลถลอกตรงขา ผมไม่ผิดนะครับผมก็ขี่ของผมอยู่ดีๆมาทางตรง จู่ๆมันก็ขับพรวดออกมา ใครเบรกทันก็บ้าแล้ว ดีนะที่กูขี่ช้าไม่งั้นคงจะหนักกว่านี้

     "เฮอะ! ตั้งใจจะเอาจักรยานตัวเองมาขวางเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายหรือเปล่า อยากได้ดีๆ ก็ไม่บอก จะได้ไม่ต้องมานั่งเจ็บตัวแบบนี้ แค่นอนอ้าขาให้กู ก็ได้เงินแล้ว แถมได้เงินเยอะกว่าด้วย" มันพูด และทำหน้ากะลิ้มกะเหลี่ยใส่ ดวงตาแพรวพราว

     ไม่ช่วยกันและยังมาพูดจาหมาๆใส่อีก หล่อตายแหละสัด!!

     "มันจะมากเกินไปแล้วนะมึง กูเป็นผู้ชายคงไม่อ้าขาให้มึงกระเดือกหรอก คนอย่างกูถ้าจะนอนอ้าขาให้ใคร อย่างน้อยกูก็ไม่มีทางนอนอ้าให้กับคนอย่างมึงหรอก หน้าตาดีแต่ความคิดต่ำตมฉิบหาย กระเดือกไม่ลง" ผมทนไม่ไหวจนด่ามันไป มันคงจะซื้อผู้หญิงด้วยเงินตลอดสินะถึงมีความคิดชั่วๆแบบนี้ได้

     "อ่อ งั้นเหรอ แล้วจะคอยดูแล้วกัน เห็นคนแบบนี้มาเยอะแล้ว หึ" มันแสยะยิ้มให้ผม

     "แต่ไม่ใช่กูแน่นอน" ผมทำหน้าเหยียดใส่มัน

     "ปากดีจังเลยนะมึง เดี๋ยวจะได้ผัวโดยไม่รู้ตัว"

     "เหอะ!! "

     "แล้วยังไงไปโรง'บาลมั้ย ขึ้นรถ"

     "ไม่! กูไปเองได้ ไม่ต้องแสร้งทำตัวเป็นคนดีหรอก คนอย่างมึงไม่เหมาะกับการเป็นคนดีหรอก" ผมไม่มีทางไปกับมันแน่นอนครับ เห็นหน้าแล้วรู้สึกเจ็บแผลมากขึ้นกว่าเดิม

     "ก็ดี กูก็แค่พูดไปตามมารยาทเท่านั้นแหละ" มันเชิดหน้าขึ้น

     "เฮอะ! ไอ้คนมารยาทดี ดีตายห่าล่ะ" ผมพึมพำกับตัวเอง

     ยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไรต่อ เสียงโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นหูก็ดังขึ้น

     "ฉิบหายละ จะถึงเวลาแล้วนี่หว่า โว๊ะ!! ทำไมกูต้องมาเถียงกับมิจฉาชีพด้วยวะเนี้ย... อะ เอาไปเงินค่าทำแผล และนี่เอาก็ไปซื้อจักรยานใหม่ซะสภาพเก่าฉิบหายยังจะขี่มาอีก ถือซะกูบริจาคให้ละกัน" มันพูดเสร็จ ก็หยิบเงินในกระเป๋าโยนใส่ให้ผม และเดินกลับไปที่รถมัน พอถึงก็หันหลังกลับมาพูดว่า

     "อ้อ ถ้าอยากได้เงินเพิ่มเมื่อไหร่ ก็มาหาที่คณะบริหารแล้วกันนะ จะเตรียมถุงยางเอาไว้เลย" พร้อมกับเลียลิ้มฝีปากมาให้

     "ไอ้เหี้ย!! มึงกลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ไอ้สัดเอ๊ย!!" ผมตะโกนเรียกมัน มันทำเป็นไม่สนใจ เข้าไปในรถแล้วขับออกไปทันที

     ผมกำเงินจำนวนนึงที่มันทิ้งไว้ให้ด้วยสภาพโกรธจนตัวสั่น

     "ฝากไว้ก่อนเถอะมึง"  

ความคิดเห็น