Chapter 1 [1/2]

     


Chapter 1 [1/2]


     กริ๊งงงงง กริ๊งงงงงงงง/Rrrrrr Rrrrrr



     เสียงนาฬิกาปลุกตอน8โมงเช้ากับเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นพร้อมกันจนน่ารำคาญสำหรับคนที่กำลังนอนอยู่ จนต้องรีบกดปิดเสียงเตือนของนาฬิกา พร้อมยืนมือไปหยิบโทรศัพท์รับสาย โดยไม่ดูว่าใครโทรมา

      “ฮัลโหล ใครวะเนี้ยโทรมาทำไมแต่เช้าผมทำเสียงหงุดหงิด หลังสะลึมสะลือจากการเพิ่งตื่นนอนในตอนเช้า

      (กูก็เพื่อนมึงไงไอ้สัดยังจะถาม ตื่นได้แล้วมึงวันนี้เข้าเรียนวันแรกมึงจะสายไม่ได้นะเว้ย ไอ้พาย’) อิน เพื่อนสมัยเด็กเพียงคนเดียวของผมพูดขึ้นมาปลายสาย กำลังส่งเสียงกวนประสาทส่งมา

      “ตื่นแล้วโว้ยยย มึงแม่งเป็นญาติกับนาฬิกาปลุกเหรอวะ โทรมาได้จังหวะนาฬิกาปลุกกูพอดีตลอดเลยเนี้ยผมพูดกับปลายสายพร้อมกับลุกขึ้นนั่งตรงปลายเตียง ขยี้หัวตัวเองแรงๆ อย่างหงุดหงิดใจ

      (ก็กูเทพไง แค่เสียงนาฬิกาปลุกพูดอย่างกับมึงตื่นเนอะ ถ้ากูไม่ทำอย่างนี้มึงก็ไม่ตื่นหรอกเว้ยยย ตื่นยากฉิบหาย) ไอ้อินบ่นออกมาใส่ผม

      “เออ ตื่นแล้วเนี้ยเจอกันมหาลัยนะมึง บายผมพูด

      (เค อย่าช้าล่ะมึง บาย) พูดเสร็จอินก็วางสาย

     พอวางสายผมก็รีบเข้าไปอาบน้ำไปมหาลัย วันนี้เป็นวันแรกของการเริ่มต้นเรียนมหาลัย อย่างที่พวกคุณรู้ผมชื่อ พายชื่อจริง พุฒิพงศ์แปลว่าความกล้าหาญ พ่อผมเป็นคนตั้งให้เอง เพราะอยากให้ผมโตมาเป็นคนกล้าหาญ เป็นลูกผู้ชายที่เข้มแข็ง ปกป้องคนในครอบครัว และคนที่ตัวเองรัก ผมว่าพ่อของผมคงอยากให้ผมโตมาดูแลแม่กับน้องในวันที่ท่านไม่อยู่ได้(หมายถึงไม่มีเวลา) เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีเหมือนอย่างที่พ่อทำอยู่ทุกวัน ผมจะทำให้สมกับชื่อที่พ่อตั้งขึ้นมาแน่นอน


    แต่ไม่ใช่ตอนนี้ (กราบบขอให้ผมใช้ชีวิตมหาลัย4ปีให้มันคุ้มๆไปก่อนนะคร๊าบบบ






     วันจันทร์เป็นวันเริ่มต้นอาทิตย์ใหม่และเป็นวันเปิดภาคเรียนของมหาลัยทำให้การจราจรติดขัดมากแทบไม่ขยับ โชคดีของผมที่เช่าหออยู่ใกล้กับมหาลัยเลยขี่จักรยานมาเรียนได้ ไม่ต้องตื่นแต่เช้าฝ่ารถติดมาเรียนเพราะบ้านผมอยู่นอกเมือง ประหยัดค่ารถ ประหยัดเวลา เอาเวลาอยู่บนรถมานอนตีพุงสบายๆ ใกล้มหาลัยดีกว่า

     ผมขี่จักรยานเข้ามาในมหาลัยเรื่อยๆ สูดอากาศบริสุทธิ์ในตอนเช้าจนเต็มปอด รู้สึกสดชื่นยังไงไม่รู้แฮะ ผมมองข้างทางก็ได้รับอาหารตา ให้ความรู้สึกสดชื่นเหมือนกัน

     โอ้ว....กระโปรงสาวๆสั้นได้ใจชะมัด ขาขาวฉิบหายเลยวะ เนี้ยแหละน้า เสน่ห์สาวมหาลัย

     ผมขี่สุดที่รัก (จักรยาน) จนมาถึงตึกคณะของตัวเองและนำไปจอดไว้ในพื้นที่จอดข้างๆตึกแล้วเดินเข้าไปใต้ตึกคณะที่มีนักศึกษาหลายชั้นปีนั่งกันอยู่หลายคน

      “ไอ้พายเว้ยยย ทางนี้ๆ ไอ้อินที่รออยู่ใต้ตึกคณะวิศวะเห็นผมเดินมามันยิ้มส่งมาแต่ไกล กวักมือเรียกผม ทักผมเสียงดังจนคนอยู่ใกล้ๆ หันมามองกันหมด

      “ไอ้เหี้ยอิน! มึงเรียกเบาๆ กว่านี้ก็ได้มั้งเรียกซะเสียงดัง กูอายละเนี้ยผมรีบเดินมาหามัน ต่อว่ามันเบาๆ พร้อมกับมองไปรอบๆ ก้มหัวให้เล็กน้อยเป็นเชิงขอโทษ ใส่เพื่อนร่วมคณะที่นั่งใกล้ในรัศมีเขา

      “อ้าว กูกลัวมึงจะไม่ได้ยินนี่หว่าอินยู่หน้าใส่เล็กน้อยพอน่ารัก

     'อิน' หรือ กรวินทร์ คนนี้เป็นเพื่อนผมสมัยเด็กรู้จักกันตั้งแต่ประถมเพราะบ้านผมกับอินอยู่ละแวกเดียวกัน เป็นผู้ชายตี๋ๆ ตัวเล็กน่ารัก ปากนิดจมูกหน่อย ใครเห็นใครก็ต้องเผลอยิ้มไปกับความน่ารักของมัน แต่อย่าให้มันพูดนะอย่างกับมีหมาในปากเลยทีเดียว ตอนนี้ยังดีมันยังคิดก่อนพูด ค่อยสมกับหน้าตาหวานๆ ของมันหน่อย

     ส่วนผมคนอื่นมักจะบอกว่าผมไปในทางเกาหลีมากอย่างกับโอปป้าตัวขาวๆ สูงๆ และแน่นอนผมสูงกว่าอิน (ผมสูง177 อินสูง168) สมัยตอนมัธยมปลายผมกับอิน เคยโดนจิ้นจากสาววายเพราะเดินด้วยกันบ่อยๆ เลยเป็นข่าวด้วยกันพักใหญ่ๆ ถึงขั้นเปิดเพจFCกันเลยทีเดียว ผมกับมันมองหน้าแค่ลองคิดว่าคบกัน ก็แทบถึงกับหันหน้าหนีพร้อมกันทันที จะให้ผมไปชอบมัน ไม่ไหวหรอกครับ รู้ไส้รู้พุงกันหมดแล้ว

     "มึงๆ คณะนั้นผู้หญิงสวยๆ น่ารักๆ เต็มไปหมดเลยวะ น่าจีบชะมัด เดินไปขอเบอร์สักคนดีมั้ยวะ" อินชะเง้อมองไปลานนั่งฝั่งตรงข้ามด้วยแววตาเป็นประกาย

     "เอิ่ม...เดี๋ยวนะมึง หน้าอย่างมึงเนี้ยนะจะไปจีบผู้หญิง มึงแม่งน่ารักกว่าผู้หญิงบางคนซะอีกมั้ง เขาคงเอามึงอยู่หรอก กูว่านะมึงจีบผู้ชายน่าจะติดง่ายกว่าเยอะ เผลอๆ มึงอยู่เฉยๆ ผู้ชายแห่เข้ามาหามึงเอง" ผมห้าม แล้วเย้ยมันครับ คือหน้าตามันไม่ใช่สเปคสาวเลยสักนิดดด (+++) หน้าหวานขนาดนี้ ผมนั่งยันนอนยันเลยว่าไม่ติดชัวร์ แต่ผู้ชายนี่ 100%!!

     "เชี้ยเหอะมึง กูเป็นผู้ชายนะเว้ยย จะไปจีบผู้ชายได้ไง... ช่างเรื่องกูเหอะ ว่าแต่มึงเถอะบอกว่าจะหางานพาทไทม์ไม่ใช่หรือไง หาไปถึงไหนละ" อินมองผมละถามออกมา

     "ยังเลยวะมัวแต่ยุ่งๆ ย้ายของเข้าหอเลยยังไม่มีเวลาหาเลยเนี้ย" ผมบอก

     "เออๆ พอดีคนรู้จักกูเขาเป็นผู้จัดการร้านหนังสือ เห็นว่าเขากำลังหาเด็กพาทไทม์อยู่ เขามาบอกกูให้ลองถามเพื่อนๆ ดูว่ามีใครสนใจมั้ย กูเลยนึกถึงมึงเลยมาลองถามดู สนใจปะกูจะได้บอกพี่เขาให้" อินถาม

     "น่าสนดีว่ะมึง บอกไปเลยละกัน ดีเลยกูจะได้ไม่ต้องหา" ผมพูดด้วยความดีใจ ดีเลยผมก็ไม่รู้จะไปหาที่ไหนเหมือนกัน อะไรจะโชคดีอย่างงี้

     ตอนนี้ผมกำลังหางานพิเศษทำอยู่ครับ เพราะอยากจะแบ่งเบาภาระครอบครัว แม้ว่าพ่อแม่ของผมจะคัดค้านก็เถอะ ท่านอยากให้ผมทุ่มเทกับการเรียนมากกว่า เรื่องเงินท่านดูแลเอง แต่มหาลัยค่าใช้จ่ายมันเยอะครับ จ่ายยิบย่อยมันเยอะมาก ผมเลยอยากจะแบ่งเบาภาระตรงจุดนี้


     "โอเคปะมึงได้เวลาเข้าเรียนละ ตอนบ่ายเห็นรุ่นพี่นัดเข้าชุมนุมอีก หนักแน่เลยวะ" อินพูดพลางดูนาฬิกาไปและตบไหล่ผมเบาๆ ให้ลุกขึ้นเดินไปพร้อมกัน โดยที่ไม่รู้ว่ามีกลุ่มหนึ่ง ลานคณะบริหารฝั่งตรงข้ามกำลังมองพวกเขาอยู่

.
.
.
.
.


Chayan Part

     "เชี้ย...คนที่ตัวเล็กๆ คนนั้นแม่งน่ารักวะ" คนใส่แว่นพูด

     "คนที่อยู่ข้างกัน ก็ใช่ย่อยนะ เห็นเดินข้างกันเขาอาจเป็นแฟนกันก็ได้นะมึง คิดว่ายังไงวะไอ้ 'ชยันต์' " คนนั่งใกล้คนใส่แว่นหันมาถาม

     "หึ มึงก็พูดไป กูว่าเป็นเพื่อนกันมากกว่า ถึงจะคบกันแล้วยังไงวะ ถ้าจะเอาอะ" ชยันต์พูดพร้อมแสยะยิ้มมองคนทั้งคู่ที่เดินไปจนลับสายตา

     "มึงแม่งเลวจริงๆ เลยวะ" คนใส่แว่นมองชยันต์อย่างรู้ทัน

     "คนอย่างกูถ้าอยากจะได้...มันก็ต้องได้"


END




ความคิดเห็น